แถบสีที่ 1
แถบสีที่ 2
แถบสีที่ 3
แถบสีที่ 4
แถบสีที่ 5
แถบสีที่ 6

ข้อมุลการท่องเที่ยว

image

วัดศีรีวง

         วัดคีรีวงศ์ ตั้งอยู่บนเขาดาวดึงส์ ในตัวเมืองนครสวรรค์ ด้านบนวัดมีองค์มหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ทองเหลืองอร่าม คือพระจุฬามณีเจดีย์ พระเจดีย์ชั้น 4 ชั้นบนสุดจะมองเห็นภูมิทัศน์อันสวยงามของเมืองนครสวรรค์ในระยะไกลประมาณกว่า 10 กิโลเมตร ถ้ามองไปทางทิศตะวันออก จะมองเห็นยอดเขากบ บึงบอระเพ็ด และตลาดปากน้ำโพ หากมองไปทางทิศใต้ จะเห็นอุทยานสวรรค์ ต้นแม่น้ำ เจ้าพระยา ศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ และเขาจอมคีรีนาคพรต หันไปทางทิศตะวันตก จะเห็นภูเขาน้อยใหญ่ ทอดตัวตระหง่าน อยู่เป็นช่วง ๆ อีกทั้งด้านบนนี้ยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่ง
แหล่งที่มา : http://www.chillpainai.com

image

บึงบอระเพ็ด

ข้อมูล : บึงบอระเพ็ด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเป็นบึงทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่ 132,737 ไร่ อยู่ในท้องที่สามอำเภอของจังหวัดนครสวรรค์ ได้แก่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ กลางบึงมีตำหนักแพที่สร้างขึ้นครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน เดิมบึงบอระเพ็ดแห่งนี้มีชื่อว่า "ทะเลเหนือ" หรือ "จอมบึง" เนื่องจากมีสัตว์และพันธุ์พืชน้ำเป็นจำนวนมาก รวมทั้งจระเข้ จากการสำรวจพบว่ามีสัตว์อาศัยอยู่ประมาณ 148 ชนิด พืช 44 ชนิด

ที่ตั้ง : ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบึงบอระเพ็ด ตำบลแควใหญ่  อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์  60000

เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน

การเดินทาง : จากตัวเมืองนครสวรรค์ไปบึงบอระเพ็ด สามารถไปได้หลายเส้นทางทางเรือ จากตลาดท่าน้ำเทศบาลเมืองนครสวรรค์ไปตามลำน้ำน่านผ่านขึ้นไปทางเหนือ ประมาณ 6 กิโลเมตร ถึงปากคลองหนองดุก เมื่อลอดใต้สะพานรถไฟเข้าไปก็จะถึงบริเวณบึงบอระเพ็ด
แหล่งที่มา : http://www.chillpainai.com

image

ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา หรือ ปากน้ำโพ

เป็นแหล่งท่องเที่ยวชมความงดงามของแม่น้ำ ๒ สายที่ได้ไหลมาบรรจบกัน จังหวัดนครสวรรค์ จึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านได้ไหลมาบรรจบกันที่ตำบลปากน้ำโพบริเวณหน้าเขื่อน ในตัวเมือง (ตรงตลาด) จึงสามารถมองเห็นถึงความแตกต่างของแม่น้ำทั้งสองสายได้อย่างชัดเจน คือตัวแม่น้ำน่านมีสีค่อนข้างแดง แต่แม่น้ำปิงมีสีค่อนข้างเขียว แม่น้ำทั้งสองพอมาบรรจบกันก็กลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่สายสำคัญของประเทศไทยไหลผ่านจังหวัดต่าง ๆ ในภาคกลางไปจนถึงกรุงเทพฯ และออกอ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยจุดชมต้นแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม สำหรับผู้ที่สนใจต้องการล่องเรือชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถหาเช่าเรือนำชมได้ตรงบริเวณท่าน้ำ
แหล่งที่มา : http://www.tourismnakhonsawan.org

image

สะพานเดชาติวงศ์

ข้อมูล : สะพานเดชาติวงศ์ เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน ที่หลัก กม.ที่ 340 ก่อนเข้าสู่ใจกลางเมืองจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งกรมทางหลวงได้เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2485 และเปิดให้ใช้งานครั้งแรกในปี พ.ศ. 2493 ซึ่งชื่อของสะพานนั้นมาจากชื่อสกุลของพันตรี หม่อมหลวงกรี เดชาติวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวงในสมัยนั้น โดยปัจจุบันสะพานแห่งนี้เป็นสะพานที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทยในการเดินทางเข้าสู่จังหวัดทางภาคเหนือ และนอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวแม่น้ำสองสีที่สวยงามที่สุดอีกจุดหนึ่งด้วย

ที่ตั้ง : ถนนพหลโยธิน อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ 60000

เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน

การเดินทาง : ถนนพหลโยธิน ที่หลัก กม.ที่ 340 ก่อนเข้าสู่ใจกลางเมืองจังหวัดนครสวรรค์
แหล่งที่มา : http://www.chillpainai.com

image

อุทยานสวรรค์

สำหรับออกกำลังกายต่าง ๆ ทั้งสนามเด็กเล่น สนามกีฬา เวทีกลางแจ้ง น้ำตก สวนหย่อม รวมถึงกิจกรรมให้อาหารปลาที่มีมากมายหลายสายพันธุ์ พร้อมทั้งมีบริการห้องน้ำ ห้องแต่งตัวให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งนี้ยังได้รับรางวัลสวนสาธารณะระดับดีมากจากกรมอนามัยอีกด้วย การเดินทางจากกรุงเทพฯ ขับรถมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์ ผ่านค่ายจิรประวัติ (มณฑลทหารบกที่ ๓๑) ถึงสะพานเดชาติวงศ์ จะเจอสี่แยกหอนาฬิกา ตรงนี้จะมีป้อมตำรวจจราจร ชอนตะวัน ขับตรงไปอีกประมาณ ๕๐๐ เมตร จะถึงอุทยานสวรรค์ที่อยู่ทางด้านขวามือ
แหล่งที่มา : http://www.tourismnakhonsawan.org

image

ทุ่งหินเทิน

ข้อมูล : ทุ่งหินเทิน เป็นทุ่งหญ้าเชิงเขาที่มีกลุ่มก้อนหินขนาดใหญ่ตั้งวางซ้อนกันอยู่หลายแห่ง หลายรูปแบบ กระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ในลักษณะที่สัมผัสกันเพียงเล็กน้อยเหมือนมีคนจับวาง นับเป็นสวนหินธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา กระจัดกระจายเป็นกลุ่มๆ เต็มท้องทุ่งในเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่

ที่ตั้ง : หมู่ 5 ต.ปางสวรรค์ อ.ชุมตาบง จ.นครสวรรค์

การเดินทาง : อยู่ห่างจากตัวนครสวรรค์ประมาณ 70 กม. ไปตามถนนพหลโยธินเลี้ยวซ้ายที่แยกหนองเบน ตรงไปอำเภอลาดยาวแล้วเลี้ยวซ้าย ไปทางบ้านหนองจิกรี ตามทางหลวงหมายเลข 3013 ประมาณ 4 กม. เลี้ยวขวาไปทางตลิ่งสูง
แหล่งที่มา : http://www.chillpainai.com

image

ทุ่งหินเทิน

เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า ๒๐๐ ปี สร้างขึ้นใน พ.ศ. ๒๓๓๖ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ชุมชนเดิม บริเวณวัดเป็นกลุ่มที่มีเชื้อสายมอญ ภายในบริเวณวัดยังคงเหลือสถาปัตยกรรมที่สำคัญคือวิหาร (โบสถ์เก่า) ลักษณะศิลปะอยุธยาตอนปลายถึงช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ด้านในปรากฏภาพจิตรกรรมฝาผนังรูปเทพชุมนุมหลายองค์เขียนต่อเนื่องกันไปแบบงานจิตรกรรมสมัยอยุธยา ฝีมือช่างหลวง เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๙ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสต้นทางเหนือและทรงแวะวัดเกาะหงษ์ พระองค์ได้เสด็จขึ้นไปมนัสการพระประธานในอุโบสถและทอดพระเนตรเห็นพระสังกัจจายน์แบบยืนแล้วพอพระทัยเป็นอันมาก จึงทรงขออัญเชิญไปและพระราชทานพระราชทรัพย์จำนวน ๑ ชั่ง (๘๐บาท) เพื่อให้จัดสร้างใหม่ขึ้นมาแทน ซึ่งก็คือองค์ปัจจุบัน และเนื่องจากชุมชนเดิมและปัจจุบันยังคงมีเชื้อสายคนมอญอยู่ จึงได้มีการอนุรักษ์การละเล่นแบบโบราณ อาทิ การเล่นสะบ้า ลูกช่วง มอญซ่อนผ้า รวมถึงงานประเพณีต่าง ๆ เช่น งานประเพณีแข่งเรือ งานปิดทองไหว้พระ งานประเพณีสงกรานต์ อีกทั้งวัดเกาะหงษ์ยังมีชื่อเสียงด้านการรักษาโรคด้วยวิธีการเหยียบฉ่า ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน การเดินทางใช้เส้นทางสายนครสวรรค์-อำเภอโกรกพระ ระยะทาง ๖ กิโลเมตร วัดอยู่ทางด้านซ้ายมือ อยู่ห่างจากตัวจังหวัด ๗ กิโลเมตร ระหว่างทางมีร้านค้าชุมชนขายผลไม้ตามฤดูกาล
แหล่งที่มา : http://www.tourismnakhonsawan.org

image

วัดนครสวรรค์

เดิมชื่อว่าวัดหัวเมือง เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยสุโขทัยตอนปลาย ทางราชการได้เคยใช้สถานที่ของวัดนี้ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ก่อนเปลี่ยนชื่อจากวัดหัวเมืองเป็นวัดนครสวรรค์ วัดหัวเมืองมีชื่ออีกชื่อหนึ่งคือวัดโพธิลังการาม เพราะมีผู้นำต้นโพธิ์จากประเทศศรีลังกามาปลูกไว้ที่หน้าวัด บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ๔ ต้น และมีเจดีย์ใหญ่อยู่ใกล้ต้นโพธิ์ที่ปลูก ปัจจุบันทั้งเจดีย์และต้นโพธิ์ไม่ปรากฏให้เห็นแล้ว ภายในบริเวณวัดปรากฏโบสถ์หลังเดิมเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อศรีสวรรค์ พระพุทธรูปที่เป็นที่เคารพสักการะของชาวนครสวรรค์และยังมีวิหารอันเป็นที่ประดิษฐานพระสองพี่น้อง “พระผู้ให้อภัยยิ่ง” หรือ “พระหันหลังให้กัน” หันหน้าไปทางทิศตะวันออกองค์หนึ่ง อีกองค์หนึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่มีประวัติว่าพม่าสร้างไว้เป็นอนุสรณ์เมื่อยกทัพมาถึงเมืองนครสวรรค์ การหันหลังให้กันอาจหมายถึงการให้อภัยไม่จองเวรจองกรรมกันอีกต่อไป วัดนครสวรรค์ตั้งอยู่ตรงถนนสวรรค์วิถี ปากซอย ๒๗ รั้วเดียวกับมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
แหล่งที่มา : http://www.tourismnakhonsawan.org

image

ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม

หรือ “ศาลเจ้าพ่อแควใหญ่” ตั้งอยู่บริเวณชุมชนปากน้ำโพ ริมฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับตลาดปากน้ำโพ โดยเป็นศูนย์รวมศรัทธาไทย-จีนที่เหนียวแน่นของจังหวัดนครสวรรค์ ตัวศาลเป็นศาลเก่าไม่ปรากฏหลักฐานและปีที่สร้าง มีเพียง “ระฆัง” ที่อยู่ในบริเวณศาลเจ้าที่พอระบุได้ว่ามีอายุอยู่ตั้งแต่ช่วง พ.ศ ใด ตัวระฆังเขียนด้วยภาษาจีนโดย “นายหงเปียว แซ่ผู่” ได้นำมาจากตำบลแม่จิว อำเภอปุ้นเชียง เกาะไหหลำ สาธารณรัฐประชาชนจีน มาถวายไว้ที่ศาลเจ้าเทพารักษ์เพื่อใช้เป็นระฆังประจำศาลประมาณ พ.ศ. ๒๔๑๓ และมีเรื่องเล่ากันว่าเดิมยังมีศาลเจ้าตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน (แควใหญ่) ด้วยกัน ๒ ศาล คือ ศาลเจ้าพ่อกวนอูและศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์เป็นศาลเล็ก ๆ อยู่ใกล้กัน สันนิษฐานว่าตัวศาลคงผุพังลงตามกาลเวลา ชาวปากน้ำโพจึงได้ร่วมใจกันตั้งศาลขึ้นมาใหม่เป็นศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ในปัจจุบันตัวศาลเจ้าโครงสร้างเป็นปูน ตอนกลางเป็นอาคารไม้ดั้งเดิม ภายในนอกจากแท่นบูชาเทพยดาฟ้าดินแล้ว ยังมีที่ประดิษฐานเจ้าพ่อเทพารักษ์หรือปึงเถ่ากง เจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่ทับทิมหรือจุยป๊วยเนี้ย เจ้าแม่สวรรค์ และเจ้าพ่อสามตา
แหล่งที่มา : http://www.tourismnakhonsawan.org

image

เขาหน่อ-เขาแก้ว

ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านแดน ริมทางหลวงหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน สายนครสวรรค์-กำแพงเพชร อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดนครสวรรค์ ๔๕ กิโลเมตร และอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอบรรพตพิสัย ๑๘ กิโลเมตร โดยเขาหน่อแห่งนี้ เป็นเขาหินปูน มีวัดเขาหน่อตั้งอยู่เชิงเขา และเคยเป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เมื่อคราวเสด็จประพาสทางชลมารคสายแม่น้ำปิง พระองค์ยังพระราชทานสิ่งของเครื่องสังเค็ด เช่น ปิ่นโต ตะเกียง ชุดกาต้มน้ำร้อนและหีบไม้ให้กับหลวงพ่อแหยม วัดบ้านแดน นอกจากนี้ยังมีไม้รูปอาร์มจารึกข้อความ “ยุทธการ ๕” ตรงกลางมีรูปจักรทองเหลืองที่พระองค์ทรงพระราชทานไว้ให้ เมื่อคราวประทับแรมพระองค์ทรงสรงน้ำที่สระน้ำบริเวณสถานที่นั้น ปัจจุบันเรียกว่า “สระเสด็จ สำหรับเขาแก้วอยู่ในบริเวณเดียวกันกับเขาหน่อ ปัจจุบันมีถนนคั่นกลางอย่างชัดเจน เขาแก้วมีถ้ำหลายถ้ำอันเป็นที่อยู่ของฝูงค้างคาว โดยเฉพาะในเวลาพลบค่ำฝูงค้างคาวจะพากันบินออกหากินจากปากถ้ำนับล้านตัว สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจและความประทับใจแก่ผู้พบเห็น จุดนี้เองที่ทำให้ อบต.บ้านแดน พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยสร้างศาลาสำหรับชมค้างคาวไว้บริการนักท่องเที่ยว
แหล่งที่มา : http://www.tourismnakhonsawan.org

image

ทุ่งหินเทิน

เดิมเรียกว่าวัดท่าบรมธาตุ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔ บ้านปากคลอง ซึ่งเป็นบริเวณจุดจบของแม่น้ำยมและน่าน แล้วไหลไปบรรจบกับแม่น้ำปิงที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ เป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ หรือพระเจ้าเสือ แห่งกรุงศรีอยุธยา โดยมีเรื่องเล่าว่าเรือพระที่นั่งเกยตื้น ณ หาดทรายบริเวณที่ตั้งวัดเกยไชยเหนือในปัจจุบัน พระเจ้าแผ่นดินทอดพระเนตรเห็นชัยภูมิแปลกตาเนื่องจากการสบกันของแม่น้ำสองสาย จึงตรัสขอที่ดินจากตายายผู้ทำมาหากินบริเวณนั้น สร้างพระเจดีย์พระบรมธาตุ เข้าใจว่าทรงโปรดให้สร้างวัดด้วยในคราวเดียวกัน ณ บริเวณดังกล่าว โดยใช้วัสดุสิ่งของการสร้างวัดโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร จึงเรียกว่าวัดพระบรมธาตุ หมู่บ้านแถบนั้นจึงได้นามว่าบ้านเกยไชยตามเหตุการณ์เรือพระที่นั่งเกยตื้น
แหล่งที่มา : http://www.tourismnakhonsawan.org

image

วัดวรนาถบรรพต

เดิมชื่อวัดกบหรือวัดเขากบ เป็นวัดเก่าแก่ของนครสวรรค์ตั้งอยู่บนยอดเขาและเชิงเขากบ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๙๖๒ สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี ผู้สร้างคือพญาบาลเมือง สร้างเพื่ออุทิศแด่พญารามผู้น้อง ช่วงหนึ่งวัดเคยถูกทิ้งร้างปกคลุมด้วยป่าไผ่และต้นไม้ วันหนึ่งหลวงพ่อทองได้ธุดงค์มาจากจังหวัดอุตรดิตถ์เห็นความสงบร่มเย็น จึงได้ปักกลด ณ ที่แห่งนี้ จนชาวบ้านในพื้นที่มาพบเข้าก็เกิดเลื่อมใสศรัทธาจึงพร้อมใจกันอาราธนานิมนต์ให้หลวงพ่อทองจำพรรษาวัดนี้ และช่วยกันบูรณะปฏิสังขรณ์วัดขึ้นใหม่ บริเวณวัดวรนาถบรรพตมีปูชนียวัตถุที่สำคัญ ได้แก่ เจดีย์ใหญ่ที่สร้างสมัยสุโขทัย วิหารที่ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อทอง พระพุทธไสยาสน์ ยาวประมาณ ๑๐ วาเศษ อุโบสถหลังเก่าที่มีรูปปั้นตากบ-ยายเขียด ที่หลวงพ่อทองสร้างอยู่ด้านหน้า ส่วนบนยอดเขากบที่เป็นส่วนหนึ่งของวัดก็มีปูชนียวัตถุที่สำคัญเช่นกันคือ รอยพระพุทธบาทจำลองสมัยสุโขทัยประดิษฐานอยู่ในวิหาร เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปหินปางนาคปรกสมัยเชียงแสน
แหล่งที่มา : http://www.tourismnakhonsawan.org

image

หอวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์

         ตั้งอยู่ในเขตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ตำบลนครสวรรค์ เป็นอาคาร ๒ ชั้น สถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์ตรีมุข โดยเป็นศูนย์รวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีและวัฒนธรรมของจังหวัด ภายในแบ่งเป็นห้องต่าง ๆ จำนวน ๖ ห้อง ดังนี้
๑. ห้องโสฬส จัดนิทรรศการด้านศิลปวัฒนธรรมระยะยาวหมุนเวียนไปตามเนื้อหาและวัตถุประสงค์ ในรูปของศิลปวัตถุ ชิ้นส่วนโบราณสถาน เครื่องมือ เครื่องใช้สมัยโบราณ
๒. ห้องนิมมานนรดี จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติถาวร ได้แก่ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ครั้งเสด็จประพาสต้นเมืองนครสวรรค์ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์มาจัดแสดง นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
๓. ห้องบุญชู โรจนเสถียร ใช้สำหรับจัดแสดงการละเล่นมหรสพพื้นบ้าน ฉายสไลด์ด้านศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ประกวดกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม อบรมสัมมนา ตลอดจนฉายภาพยนตร์อนุรักษ์ ภาพยนตร์ส่วนพระองค์ และภาพยนตร์ตามเทศกาล (เปิดทุกวันพุธ เวลา ๑๓.๐๐ น. และวันอาทิตย์ เวลา ๑๐.๐๐ น.)
๔. ห้องศูนย์ข้อมูลท้องถิ่น บริการการศึกษา ค้นคว้า วิจัยเรื่องราวของจังหวัดนครสวรรค์ในด้านต่าง ๆ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันในรูปของเอกสารตำรา งานวิจัย สมุดข่อย ใบลาน จดหมายเหตุ แผนที่ ภาพถ่าย สไลด์ เทปบันทึกเสียง และวิดีโอเทป
๕. ห้องประชาสัมพันธ์ เป็นสถานที่ติดต่อประสานงานของศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์และงานประชาสัมพันธ์ของหอวัฒนธรรม
๖. ห้องดุสิตา เป็นห้องที่ใช้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดหอวัฒนธรรม โดยยังคงรักษาไว้ให้อยู่ในสภาพเดิม
นอกจากนี้ยังมีโรงละครขนาด ๑๑๐ ที่นั่ง จัดแสดงประเพณีศิลปวัฒนธรรม หอวัฒนธรรมสร้างเสร็จเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินมาทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ หอวัฒนธรรมเปิดให้เข้าชมทุกวันเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๓๐ น. โดยไม่มีอัตราเข้าชม ติดต่อ โทร. ๐ ๕๖๒๑ ๙๑๐๐-๒๙ ต่อ ๑๑๓๕, ๐๘ ๘๒๒๗ ๒๑๔๕
แหล่งที่มา : http://www.tourismnakhonsawan.org

image

วัดศรีสวรรค์สังฆาราม

หรือวัดถือน้ำ ตั้งอยู่ที่บ้านถือน้ำ หมู่ที่ ๒ ตำบลนครสวรรค์ออก อำเภอเมือง เป็นวัดเก่าแก่ สร้างประมาณ พ.ศ. ๒๓๕๐ แต่เดิมเป็นวัดที่มีความสำคัญมากเพราะเป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของทางราชการในจังหวัดนครสวรรค์ประจำทุกปี ต่อมาได้สร้างศาลหลักเมืองขึ้นจึงได้ย้ายไปประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาที่ศาลหลักเมืองแทน ทำให้มีการเปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดศรีสวรรค์สังฆารามแต่ชาวจังหวัดนครสวรรค์ก็ยังคงเรียกว่า “วัดถือน้ำ” อยู่จนถึงปัจจุบัน ภายในพระอุโบสถหลังเก่าประดิษฐานพระประธานอายุราว ๑๐๐ ปีเศษ นอกจากนี้ได้พบบุษบก ซึ่งเชื่อว่าเป็นของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ของใช้โบราณอยู่ภายในเจดีย์กาญจนาภิเษก ๕๐ ปี และเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์ (ในขณะนั้น) ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงตัดลูกนิมิตพระอุโบสถหลังใหม่ นับว่าเป็นสิริมงคลแก่ชาวจังหวัดนครสวรรค์อย่างยิ่ง การเดินทางมายังวัด ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒ สายเอเชีย เลี้ยวซ้ายไปทางค่ายจิรประวัติ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๐๑ ระยะทาง ๕ กิโลเมตรจากตัวเมือง โดยมีป้ายบอกตลอดทาง สอบถามข้อมูล โทร. ๐ ๕๖๒๕ ๕๔๔๔
แหล่งที่มา : http://www.tourismnakhonsawan.org

image

หอชมเมืองนครสวรรค์

เป็นสถานที่ชมทัศนียภาพมุมสูงของจังหวัดนครสวรรค์แหล่งใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริหารเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยตั้งอยู่บริเวณเดียวกับวัดคีรีวงศ์บนยอดเขา ลักษณะหอสูง ๓๒ เมตร มีชั้นต่าง ๆ รวม ๑๐ ชั้น แต่ละชั้นแตกต่างกันไป ดังนี้ ชั้นที่ ๑ เป็นพื้นที่ส่วนประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว บอกเล่าความเป็นมาของจังหวัดนครสวรรค์ ภายในมีร้านค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ชั้นที่ ๒ และ ๓ แบ่งเป็นสองส่วน โดยมีร้านอาหาร เครื่องดื่ม ขนมหวาน Internet Cafe ให้พักผ่อนสบาย ๆ ชั้นที่ ๔ – ๙ เป็นบันไดเวียนขึ้นสู่ชั้นที่ ๑๐ ซึ่งเป็นชั้นดาดฟ้าสำหรับชมทัศนียภาพตัวเมืองนครสวรรค์และอำเภอใกล้เคียงแบบ ๓๖๐ องศา สามารถมองเห็นไปไกลกว่า ๑๐ กิโลเมตร ทิศตะวันออกจะมองเห็นทิวทัศน์เขากบและบึงบอระเพ็ด ทางทิศใต้จะมองเห็นอุทยานสวรรค์ ต้นน้ำเจ้าพระยา สะพานเดชาติวงศ์ วัดเขาจอมคีรีนาคพรต ทางด้านทิศตะวันตกจะพบกับความสวยงามของทิวเขา อีกทั้งยังมีการจัดเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อนและกล้องส่องทางไกลไว้คอยบริการ และกิจกรรมตอนกลางคืนที่ทางเทศบาลฯ จัดขึ้นโดยมีการติดตั้งกล้องดูดาวสำหรับผู้สนใจเรื่องดาราศาสตร์ หอชมเมืองเปิดให้บริการทุกวัน โดยวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. สำหรับวันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๑๐.๐๐ – ๒๐.๐๐ น. ค่าบัตรเข้าชม เด็กราคา ๑๐ บาท และผู้ใหญ่ราคา ๒๐ บาท
แหล่งที่มา : http://www.tourismnakhonsawan.org

image

พระจุฬามหาเจดีย์

ตั้งอยู่บนเขาดาวดึงส์ วัดคีรีวงศ์ สร้างตรงฐานพระเจดีย์เก่า ซึ่งสร้างในสมัยศตวรรษที่ ๑๙ ปลายกรุงสุโขทัยอายุ ๖๐๐ ปีมาแล้ว โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโก) วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ เป็นผู้ตั้งชื่อให้และแนะนำให้สร้างพระจุฬามหาเจดีย์ไว้บนยอดเขา ภายในองค์พระเจดีย์ชั้น ๔ มีพระพุทธรูปจำลองที่สำคัญของประเทศไทยไว้ให้สักการะบูชา ๔ องค์ คือ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) พระพุทธชินราชจำลอง พระพุทธโสธรจำลอง และพระพุทธรูปหล่อหลวงพ่อวัดไร่ขิง และภายในโดมเจดีย์ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพระพุทธประวัติไว้ให้ชมด้วย
แหล่งที่มา : http://www.tourismnakhonsawan.org

image

พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดนครสวรรค์ พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ มีหลวงพ่อเดิม พุทฺธสโร (พระครูนิวาสธรรมขันธ์) เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่5ของวัดหนองโพ หลวงพ่อเดิมเป็นเกจิพระดังแห่งเมืองตาคลีที่ใครๆก็ศรัทธากราบไหว้บูชาและมีชื่อว่าเป็นพระที่มีอาคมจิตตานุภาพอย่างเข้มขัง ไม่ว่าจะเป็นมีดหมอ หรือเหรียญหลวงพ่อเดิม และแหวนของหลวงพ่อเดิมจะเรื่องชื่อมากที่กล่าวขานมานาน และปัจจุบันวัดหนองโพมี พระครูนิปุณพัฒนวงศ์ (หลวงพ่อสมพงษ์ ทนฺตจิตโต) เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 9 ที่ดูแลวัดหนองโพอยู่ ปัจจุบันนี้ และทางวัดกับศิษย์ยานุศิษย์มีความศรัทธาได้รวบรวมเงินทองได้ก่อสร้าง พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเดิม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฐานองค์พระมหาธาตุเจดีย์นิวาสธรรมขันธ์ ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการถาวร เพื่อที่จะเผยแผ่กิตติคุณของหลวงพ่อเดิม ในฐานะที่ท่านเป็น สมณะผู้สมัตถะเป็นพระอริยะสงฆ์แห่งบ้านหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ดังนั้นจึงรวบรวมกิตติคุณของหลวงพ่อเดิม ไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ออกเป็น 5 ห้อง ห้องที่1 ธาราวดีศรีหนองโพ ได้รวบรวมวัถตุโบราณต่างๆที่พบในหมู่บ้านหนองโพที่ซ้อนทับกันมาแล้วกว่า 4 พันปี ห้องที่2 มาตุภูมิบ้านหนองโพ ได้รวบรวมเรื่องราวต่างๆของชาวบ้านหนองโพซึ่งมียาวนานมากว่า 200 ปี ห้องที่3 พุทฺธสโร หลวงพ่อเดิม ได้รวบรวมประวัติของหลวงพ่อเดิมไว้ ท่านเป็นพระพัฒนา ห้องที่ 4 เพิ่มพูนศรัทธา ได้รวบรวมวัตถุมงคลของหลวงพ่อเดิมไว้ตั้งแต่รุ่นแรกๆและหายาก ห้องที่5 กถาคัมภีร์ ได้รวบรวมตำราต่างๆหาได้ยากไม่สามารถหาที่ไหนได้ และทางเจ้าหน้าที่ พิพิธภัณฑ์ขอประชาสัมพันธ์การเที่ยวชม ทางพิพิธภัณฑ์จะเปิดบริการนักท่องเที่ยวและผู้มาเที่ยวชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00น.ถึง 17.00น.จะมีน้องๆมัคคุเทศถ์จิตอาสาจากโรงเรียนหนองโพพิทยาให้การต้อนรับและพาเที่ยวชมและบรรยาให้ความรู้แก่ผู้เข้าชม
แหล่งที่มา : http://www.tourismnakhonsawan.org

image

วัดเขาดินใต้

วัดเขาดินใต้ หรือวัดพระหน่อธรรินทร อยู่ใกล้วารินคงคาราม เมื่อครั้งรัชกาลที่5 เสด็จประพาสต้นเมืองกำแพงเพชรทางชลมารค ได้แวะเมืองนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2449 ทรงสนทนาธรรมกับ "หลวงพ่อเฮง" อดีตเจ้าอาวาส เป็นที่พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่งและทรงแต่งตั้งให้เป็นพระครูชั้นพิเศษ นาม "พระครูพิสิษฐสมถคุณ" "หลวงพ่อเฮง" เป็นพระที่รัชกาลที่ 5 ทรงนับถือมากจนได้รับนิมนต์เข้าไปในพระราชพิธีต่างๆ ตลอดรัชกาล และได้รับพระราชทานสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่าง ซึ่งทางวัดมหาโพธิ์ได้เก็บรักษาไว้และดังปรากฎในพระราชหัตถเลขาขอvงร.5 ทรงบันทึกไว้ว่า ทรงเลื่อมใสในศีลา- จารวัตรหลวงพ่อเองมาก และทรงบริจาคเงิน 100 บาท ร่วมสร้างศาลวัดเขาดินใต้ "วัดเขาดิน หรือ วัดเขาดินใต้" ในปัจจุบันเนื่องจากต่อมาภายหลังได้มีการสร้างวัดเขาดินเหนือโดยวัดเขาดินใต้นี้เป็นวัดเก่าแก่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย อายุประมาณ 200 ปีเศษ ตั้งอยู่ในเขตตำบลเขาดิน อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิงฝั่งตะวันตกด้วยเหตุนี้เองจึงมีชื่อเต็มว่า "วัดพระหน่อธรณิรนทรใกล้วารินคงคาราม" ตั้งอยู่ตรงข้ามวักมหาโพธิ์ใต้ ซึ่งเป็นวัดพี่วัดน้องกันเพราะหลวงพ่อเฮงท่านเป็นเจ้าอาวาสปกครองดูแลทั้ง 2 วัด ซึ่งภายในวัดมีจุดสำคัญต่างๆ ในการตามรอยเสด็จประพาสต้น ดังนี้นมัสการ "หลวงพ่อเฮง" แวะชมวิหารเล็ก ตั้งอยู่บนเขาหน้าวัดเขาดินประดิษฐรอยพระพุทธบาทจำลองที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถถวาย "หลวงพ่อเฮง" เมื่อ พ.ศ. 2456 แวะชมพระอุโบสถบนยอดเขามรทางขึ้นเป็นบันไดนาคสวยงามมาก และ ถ้ำลับแล การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ สายนครสวรรค์-พิษณุโลก ประมาณ ๒ กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายมือไปทางบ้านแก่งอีกประมาณ ๑๓ กิโลเมตร วัดอยู่ติดถนนทางด้านขวามือ ห่างจากจังหวัดเพียง ๑๕ กิโลเมตร
แหล่งที่มา : http://www.tourismnakhonsawan.org

image

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

       เป็นอุทยานที่มีพื้นที่ครอบคลุม ๒ จังหวัด คือ จังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดนครสวรรค์ ทั้งยังเป็นหนึ่งในผืนป่าตะวันตกที่มีพื้นที่ป่าสมบูรณ์มากที่สุด โดยมีพื้นที่ ๕๕๘,๗๕๐ ไร่ ทิศเหนือติดกับอุทยานแห่งชาติคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ทิศใต้ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี และทิศตะวันตกติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุ้มผาง จังหวัดตาก และได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๐ ป่าส่วนใหญ่ประกอบไปด้วย ป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ และป่าเต็งรัง มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญและมีค่ามากมายรวมทั้งสัตว์ป่าหายาก สำหรับช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวมากที่สุดคือฤดูหนาว ประมาณเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ สถานที่ท่องเที่ยวภายในเขตอุทยานฯ ปรากฏอยู่หลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดกำแพงเพชร ส่วนบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ได้แก่ ช่องเย็น ที่มีอากาศหนาวเย็นทั้งปี และยังเป็นจุดดูนกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถพบนกหายากได้ที่นี่ เช่น นกเงือกคอแดง นกภูหงอนพม่า นกพญาปากกว้างหางยาว นกหัวขวานใหญ่หงอนเหลือง เป็นต้น ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานฯ ที่ขึ้นอยู่กับพื้นที่ของจังหวัดนครสวรรค์ ได้แก่
       น้ำตกแม่เรวา (น้ำตกแม่รีวา) เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีจำนวน ๕ ชั้น ชั้นที่ ๓ มีความสูงที่สุด ๑๐๐ เมตร น้ำไหลเกือบตลอดปี อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ๒๑ กิโลเมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปเท่านั้นโดยใช้เวลาไป-กลับ ประมาณ ๓-๔ วัน ในการเดินทางไปยังน้ำตกเรวาทุกครั้งต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางของอุทยานฯ ก่อนเสมอข้อมูลโดย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
       ล่องแก่งแม่วงก์ มีความยากอยู่ที่ระดับ ๒-๓ เป็นการล่องแก่งตามลำน้ำแม่วงก์ซึ่งมีความคดโค้งไปมาและไปสิ้นสุดที่แก่งลานนกยูง บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ระยะทาง ๗ กิโลเมตร ใช้เวลาในการล่องแก่ง ๑.๓๐ ชั่วโมง และหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ยังมีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการแก่นักท่องเที่ยว สอบถามข้อมูลได้ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่ มว.๔ (แม่เรวา) โทร. ๐๘ ๑๒๘๓ ๕๔๗๔
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ยังมีที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกบริการที่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ โดยสอบถามข้อมูลได้ที่อุทยานฯ ถนนคลองลาน-อุ้มผาง กิโลเมตรที่ ๖๕ อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร โทร. ๐ ๕๖๗๑ ๙๐๑๐-๑ หรือที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐, หรือทางเว็บไซต์ www.dnp.go.th
แหล่งที่มา : http://www.tourismnakhonsawan.org

image

ถ้ำบ่อยา

       วัดเทพนิมิตทรงธรรม หรือคนทั่วไปรู้จักกันในชื่อ “ถ้ำบ่อยา” ตั้งอยู่ที่บ้านหินก้อน ตำบลหนองกรด ห่างจากตัวเมือง ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ในอดีตเป็นที่อยู่อาศัยของบรรดาสัตว์หลายชนิดทั้งสัตว์ปีก สัตว์หากินตอนกลางคืน และสัตว์เลื้อยคลานหลากหลายชนิดโดยเฉพาะงูนั้นมีอยู่นับไม่ถ้วน และเล่ากันว่าเมื่อก่อนหมู่บ้านหินก้อนได้มีโรคห่าลง ทำให้ชาวบ้านล้มตายกันมาก จนกระทั่งมีคนแก่มาบอกว่า “ให้นำน้ำที่อยู่ในถ้ำนี้มากินเสีย” ผู้ที่ได้นำน้ำมากินก็หายจากโรคห่า ชาวบ้านจึงเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “ถ้ำบ่อยา” ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๐๘ หลวงพ่อจ้อยได้นำสามเณรมานั่งสมาธิที่ถ้ำนี้จนบรรลุธรรม ทำให้มีคนรู้จักถ้ำบ่อยามากขึ้นพร้อมกับมีผู้มีจิตศรัทธาได้บริจาคเงินเพื่อบูรณะเรื่อยมา กลายสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่ปฏิบัติธรรม โดยตำนานยังเล่าว่าคนที่มาไหว้พระหรือมาปฏิบัติธรรมนั้นจะพบกับงูใหญ่มีหงอน ๒ ตนที่เป็นผู้ดูแลถ้ำนี้ การเดินทาง สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ จากนครสวรรค์ มุ่งหน้าสู่จังหวัดกำแพงเพชร ระยะทาง ๑๕ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตรงสามแยก เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๐๗๒ สายหนองเบน -ลาดยาว ๑ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตรงป้ายทางเข้าวัดถ้ำบ่อยาซึ่งเป็นทางลูกรัง จากบริเวณเชิงเขาจะพบบันไดขึ้นไปตัวถ้ำ ภายในถ้ำ แบ่งออกเป็น ๓ ช่วง ช่วงแรกเป็นที่ตั้งพระประธานองค์ใหญ่ ช่วงที่ ๒ อยู่ลึกเข้าไปข้างในเป็นทางตันแต่บริเวณนี้จะมีบ่อน้ำซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นบ่อยาศักดิ์สิทธิ์อยู่ ช่วงที่ ๓ เป็นทางที่จะออกจากบริเวณถ้ำสู่ภายนอกได้ทางหนึ่ง
แหล่งที่มา : http://www.tourismnakhonsawan.org